เรื่องมันมีอยู่ว่า ราวๆ 2 – 3 เดือนก่อน ฉันลงไปทำงานในห้องเย็นแทนเพื่อนที่นึกอยากจะอู้สักครั้ง แต่เผอิ๊ญวันนั้น ท่านรองอธิบดีฯ เจ้านายเก่าของฉันมาตรวจดูความเรียบร้อยของห้องเย็นพอดี ไม่รู้นึกยังไง ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งนับของในห้องเย็น แกก็ชี้นิ้วใส่หน้าฉันพร้อมพูดว่า “พี่ให้เธอไปญี่ปุ่น!”

หา!!! ..... ตอนนั้นก็อึ้งๆ แต่ด้วยความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอย่างไรก็ไม่ทราบได้ แทนที่ปลายทางของฉันจะเป็น Tokyo Big Sight กลายเป็นพลิกล็อคเป็น BEXCO สาธารณรัฐเกาหลีใต้ ณ เมืองปูซานไปซะฉิบ

หลังจากฝ่าฟันน้ำท่วม คนที่พยายามเตะตัดขาโปรเจคนี้ (เพราะตัวเองไม่ได้ไป) เงินยืมก็ออกไม่ทัน นับว่าเป็นโปรเจคที่ป่วงทลายชีวิตฉันสิ้นดี ฉันก็พาตัวเองออกจากประเทศไทยวันที่ 14 พ.ย. จนได้
 
เริ่มละนะ!
 
- เครื่องบินไป Seoul ว่างมาก เป็นครั้งแรกที่นั่ง Economy แล้วได้นอนเหยียดยาว เหอๆๆๆ ที่นั่ง 3 ที่ มีเรานั่งคนเดียว เลยนอนยาวมันทั้ง 3 เก้าอี้เลย

- กินกันสนั่นตั้งแต่รอขึ้นเครื่อง ก่อนขึ้นได้ไวน์ฝรั่งเศส 1 แก้ว หลับสบายเลยฉัน แต่โดนปลุกขึ้นมานั่งกินข้าวตอนตี 3 (เวลาประเทศไทย) อาหารบนเครื่องมีให้เลือกน้อย และไม่อร่อย (เฮ้อ!)

- ถึง Seoul เวลา 6 โมงเช้าพอดี หนนี้ตม.เกาหลีไม่ซักเราเยอะ แต่เห็นหลายคนโดนเชิญเข้าห้องสอบ จำได้ว่ามาหนแรก พอลงเครื่องได้ ทีมเราวิ่งกระจัดกระจายกันไปคนละทาง รู้สึกเหมือนเดินทางมาเกาหลีคนเดียว มาหนนี้มาแค่ 3 คน แต่สุดท้ายก็เหลือฉันต่อแถวตม.อยู่คนเดียว เพราะคนก่อนหน้าโดนตม.ซักนานมาก

- ต้องต่อ Korea AirLine ไป Busan เป็น Domestic Flight ปรากฏว่าหาทางไป Domestic ไม่เจอ เดินวนไปวนมาในสนามบินพักหนึ่ง เกือบออกนอกสนามบินซะแล้วไหมล่ะ

- เปลี่ยน Flight เขาไม่ Transit ของให้โดยอัตโนมัติแฮะ กลายเป็นว่าต้องแบกของไปโหลดใหม่อีกรอบเอง เข็นกันพะรุงพะรัง ดีที่ไม่ขนของไปเยอะ
 
 
City Bus Tour วิ่งทุกวันวันละหลายๆรอบ ยกเว้นวันจันทร์ แต่วิ่งวนเฉพาะในเมือง
 
- ไปถึงวันแรกตื่นตาตื่นใจกับเมืองปูซาน มันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาชัดๆ แบบว่า เป็นเนินภูเขาแล้วมีบ้านคนต่อกันเป็นชั้นๆๆๆๆๆ จนภูเขาทั้งลูกกลายเป็นบ้านคนหมดไม่เห็นพื้นดิน
 
ขนมที่ธนาคาร
 
- พอ Check – in เรียบร้อย ออกไปธนาคารเพื่อแลกเงิน ที่ธนาคารมีน้ำร้อนน้ำชากาแฟพร้อมขนมต้อนรับพร้อม ใส่ในโถมีที่ตักเป็นน้ำเต้าน่ารักน่าเอ็นดู สีก็สวย เลยพากันตักกินชิมไป 2 – 3 ช้อน (^^)” รสชาติเหมือนขนมกรอบๆ แกรบๆ บ้านเรา อันสีหวานๆ ก็หวานหน่อย อันสีน้ำตาลเพียวๆ ก็เค็มหน่อย
 
วันที่ไปไม่หนาวเท่าไหร่ แดดเจิดจ้าอากาศเย็น
 
- หัวหน้าทีมแลกเงินแล้ว เราก็ไปหาไก่ต้มโสมกิน แต่เดิมนั้นเคยคิดว่ามันคือไก่คล้ายๆตุ๋นยาจีน แต่ปรากฏว่ามันคือไก่เด็กขนาดพอดีถ้วยยัดไส้ด้วยข้าว ต้มจนเปื่อยด้วยโสมสด ลูกเกาลัด (ครึ่งซีก) ฯลฯ จืดสนิท มีเกลือปนพริกไทยมาให้จิ้มแกล้ม พร้อมกิมจิอีกหลายๆถ้วย
 
 
พวกของทะเลหมักดอง ไข่หอยเม่นน่ากินอ่ะ!
 
- อาหารใดๆที่ต้องแคะกระดูก จะมีถ้วยใส่กระดูกมาให้เสมอ

- กรรไกรคือเครื่องมือประจำชาติเกาหลี ใช้ตัดทุกอย่างตั้งแต่ของใช้ถึงอาหาร ถามล่ามว่ากรรไกรตัดอาหารมันคือกรรไกรพิเศษที่ใช้กับอาหารหรือไม่ ? คำตอบก็คือ “ไม่” มันคือกรรไกรธรรมดานี่แหละ
 
ของทะเล
 
 
หน้าตาตลาด Haeudae โดยรวม
 
- เดินชมตลาด Haeundae Market เป็นตลาดคล้าย Otome หน้า Ueno Park ขายพวก Seafoods ที่เกาหลีซีฟู้ดส์สดๆ นี่คือว่ากันเป็นๆ อยู่ในตู้ปลา
 
ปลาไหลผู้น่าสงสาร เวลาทำกินลอกหนังควักไส้ สับเป็นท่อนๆ ดิ้นกระแด่วๆกันหน้าร้าน
 
- ปลาหน้าตาคล้ายๆปลาไหลนาบ้านเรา เจอแทบทุกร้าน เวลาสั่งเอาไปกิน เจ้าของร้านจะตัดการเชือดให้ดูกันสดๆหน้าร้านต่อหน้าประชาชนกันทีเดียว ปลาไหลชนิดนี้ซวยหน่อย คือ พอลูกค้าสั่ง ก็จะเอาขึ้นมาถลกหนังลอกกันดิ้นกระเด่วๆ จนสับเป็นท่อนๆ จนลงหม้อกันทีเดียว
 
ปลาไหลหูดำ หรือ Unagi อาหารทะเลที่นี่ต้องเชือดและปรุงกันสดๆหน้าร้าน ต่อหน้าต่อตาชาวบ้านเดินถนน
 
- ข่าวว่าที่ Busan ยังมีตรอกกินหมา ได้แต่ขอร้องล่ามว่าอย่าพาไปดูเลย
 
สารพัดของแห้งเกาหลี
 
- ตกเย็นวันนั้นกินซาชิมิแบบเกาหลี ซึ่งวิธีกินก็ต่างจากญี่ปุ่นนิดหน่อยคือ มีน้ำจิ้ม 3 อย่าง เป็นกระเทียมสับกับน้ำพริกเกาหลี ซอสพริกคล้ายๆ ซอสพริก และวาซาบิเกาหลี (ฉุนไม่เท่าญี่ปุ่น) วิธีกินที่ถูกต้องคือ ใส่ในผัก ถ้าเป็นใบมิ้นท์เกาหลีจะเข้ากันดีมาก ใส่น้ำจิ้มแล้วห่อเข้าปากแบบเมี่ยงคำ
 
พริกแห้งและเครื่องเทศแห้งๆของเกาหลี คนเกาหลีกินเผ็ดมากๆๆๆๆ ของแกล้มนี่มีพริกสดมาให้จิ้มน้ำจิ้มกินเล่นเหมือนกินแตงกวาจิ้มน้ำพริกด้วยอ่ะ
 
น้ำแข็งหรือเกลือลืมถามไป ที่นี่การขายเกลือเหมือนขายเครื่องเทศ เพราะเกลือมีผลกับรสชาติอาหาร เกลือดีๆทำให้อาหารอร่อย
 
- สั่งหม้อไฟเกาหลี เป็นแบบน้ำแดง รสชาติเหมือนต้มยำน้ำข้น ใส่ปลาทั้งตัว คือ รวมตับไตไส้พุงทั้งหมด และเบ็ดตกปลา ดีที่หัวหน้าทีมเราไม่กลืนลงไปหรือติดเบ็ดเสียก่อน ป้าเจ้าของร้านมาขอโทษขอโพย แต่ก็ไม่ได้ลดราคาค่าอาหารแต่อย่างใด ด้วยรสชาติอาหารอร่อยถูกปากมาก วันต่อมาเรากลับไปกินอีก ป้าเลยแถมปลาปิ้งให้ 1 ตัว (-__-)”
 
ลูกพลับมี 2 แบบ แบบธรรมชาติและแบบบ่ม แบบบ่มจะเนื้อเป็นวุ้น หวานอร่อยมว๊ากกกกก!!! กินได้หมดทั้งลูกยกเว้นเม็ด !!!
 
 
- ลูกพลับเกาหลีอร่อยขาดใจ !!!! อร่อยม๊ววากกกกกกกกกก ยิ่งได้ลูกที่ฉ่ำๆ อร่อยขึ้นสวรรค์เลย! ตระกร้าละ 5,000 W ได้ 5 ลูก ขายปลีกลูกละ 2,000 W ถ้าอยากจะกลับไปเกาหลีอีก ลูกพลับนี่แหละคือเหตุผล 5555
 
ผักเอาไว้ทำกิมจิ ทำกันสดๆในตลาดเลยทีเดียว
 
ตรอกนี้ขายผักทำกิมจิโดยเฉพาะ
 
นั่งผลิตกันสดๆในตลาด คนเกาหลีกินผักเยอะจริงๆ
 
มัดๆๆๆ เตรียมดอง
 
สาหร่ายน่ากินมากๆ ที่ Busan ขึ้นชื่อเรื่องสาหร่ายมากๆ
 
ปูที่นี่สดๆ หมักขี้เลื่อย และแปลกมาก มันจะนิ่งสนิทหมกขี้เลื่อยอยู่อย่างนั้น แปลก....
 
 
ขนมเกาหลี เหมือนพวกขนมโก๋ ขนมสาลี่บ้านเรา น้องล่ามซื้อให้ลองชิม กินกันคนละคำแล้วเมิน เอิ๊ก... รสชาติธรรมดามาก น้องล่ามว่าคนเกาหลีไม่ค่อยกินของหวานกันหรอก อาจจะจริง เพราะมาอยู่หลายวันไม่เคยเจอขนมหวานหลังอาหาร แถมตลาดก็มีขายไม่กี่อย่าง เช่นขนมแป้งที่เห็น
 
ร้านโชว์ห่วย ไม่บอกคงไม่รู้ว่ารูปนี้ถ่ายที่เกาหลี (ฮา)
 
ร้านอาหารรับประทานด่วน ยืนกิน จ้วงน้ำซุปตามใจชอบ ไม้ละ 500 - 1000 วอน ได้รับความนิยมไม่น้อย
 
- กินนมกล้วยทุกวัน เมื่อก่อนเวลาอ่านคน Review เที่ยวเกาหลีเขาจะต้องบอกว่า ต้องกินนมกล้วยเกาหลีนะ อร่อยมากๆ อยู่ 5 – 6 วัน กินทุกวัน ลองเกือบทุกยี่ห้อ รู้สึกว่ามันงั้นๆแหละ!

- กินไอติมทุกวัน หนาวแค่ไหนก็กิน ฮ่าๆๆๆ มันแซ่บมากตรงที่มันหนาวนี่แหละ กินจนเจ้าของร้านชวนคุยคืนสุดท้ายก่อนกลับ คงว่าอินี่มาซื้อไอติมกินทุกวัน แม้แต่วันที่หนาวจนจนคนเกาหลีหลบเข้าบ้านหมด

- ไอติมเกาหลีไม่หลากหลายเท่าญี่ปุ่น รสเกาลัดและเมลอนก็อร่อยดี ในยกนี้ตัดสินให้ไอติมของ Lawson ชนะขาดลอย
 
หน้าตาทางลงรถไฟใต้ดิน ที่ Busan ไม่มีลอยฟ้า
 
- รุ่งขึ้นเราก็ไปชอปปิ้ง เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน เลยรู้ว่า รถไฟใต้ดินวิ่งในเมืองและรถเมล์ราคาเดียวตลอดสาย สำหรับรถไฟนั้นถ้าเปลี่ยนสายเสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย  ขาละ 1,200 W จะว่าไปถือว่าถูกบัดซบมากสำหรับค่าครองชีพเกาหลี
 
ตู้ขายหนังสืออัตโนมัติ พบทุกสถานี
 
ตู้เตรียมพร้อมรับภัยก่อการร้าย และภาวะสงคราม
 
- พบว่าแตกต่างระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด ที่บันใดทางขึ้นลง และบันไดเลื่อน แม้จะมีป้ายบอกให้ Keep Right แต่ยังขึ้นลงกันมั่วเช็ด ต่างจากญี่ปุ่นจะเป๊ะมาก ชนิดว่าไปกลับมาติดนิสัยชิดซ้ายเวลาขึ้นลงบันไดไปเลย เพราะถ้าคุณไม่ทำตามกฎที่ญี่ปุ่นคุณอาจจะโดนชนกลิ้งจากมนุษย์รีบเสมอในญี่ปุ่นได้

- ในรถไฟปูซานมีคนมาขอเรี่ยไรเงิน และขายของ ฯลฯ ล้ำหน้ามาก บางทีก็รู้สึกสงสารเขานะ ท่าทางจนและซอมซ่อมาก วิธีขายก็จะเอาของมายัดใส่มือก่อน แล้วตามเก็บเงินทีหลังสถานีถัดไป ถ้าไม่เอาก็คืนเขาไป

- หาบแร่แผงลอยในย่านชุมชนเยอะพอๆกับไทย
 
ย่านชอปปิ้งของ Busan อาหารอร่อยทุกร้าน เพราะเกาหลีกินรสจัดจ้าน เลยถูกปากคนไทยมั้ง ?
 
 
- ย่านที่ล่ามพาไปซื้อของ เธอบอกว่าถูกสุดๆในปูซานแล้ว แต่เสื้อผ้าราคาต่ำสุดคือ 10,000 W แต่ระวังให้ดีบางร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ร้านเสื้อผ้ามือสองเยอะพอๆกับไทย!

- เมื่อเข้าร้านไหน แม่ค้าพ่อค้าพร้อมจะดิ่งมาเทคแคร์คุณทันที อารมณ์ประมาณพ่อค้าแม่ค้าเมืองไทยต้องปรี่มาทันทีที่คุณเข้าร้านและปะกบติดไปจนกว่าคุณจะออกร้าน

- ร้านเครื่องสำอางฮิตๆในไทยอย่าง อีตัวดี และอาหารผิว มีเยอะพอๆกับ 7-11 หรือ Family Mart น้องล่ามบอกว่าเครื่องสำอางพวกนี้คนเกาหลีไม่ค่อยใช้กันหรอก ส่วนใหญ่ใช้ Counter brands ในห้างหรือแบรนด์นอกไปเลย

- ผลิตภัณฑ์เกาหลีกากส์ๆ ก็เยอะ ประเภทเครื่องสำอางเป็นกอง กองละ 1,000 W หรือ 3,000 W

- ไปกินข้าวร้านหมูย่าง เนื่องจากเป็นเวลาพักเที่ยง เขาจะไม่เสริฟ์หมูดิบมาให้ปิ้งย่างเองเพราะคนต้องกลับไปทำงานต่อ กลิ่นจะติดเสื้อ แต่จะเสริฟ์มาบนกระดาษฟอยด์บนตระแกรง มีถ่านอุ่นร้อนให้ตลอดเวลา มันอึ้งตรงที่มันเป็นเป็นหมูที่เป็นแผ่นฝอยมากราวกับเอาขี้กบไส้ไม้มาให้กิน แต่อร่อย เครื่องเคียงเต็มโต๊ะอีกเช่นเคย
 
ตกเย็นไม่รู้จะทำอะไร เดินเล่นริมทะเลทุกคืน ทะเลที่นี่เป็นทะเลถม เห็นชัดเลยว่าไม่มีปูลมวิ่งไต่คลืีน
 
เขียนตัวอักษร X บนพื้น เพราะอักษรตัวนี้แท้ๆ ทำชีวิตฉันต้องมาผจญภัยในเกาหลี (และญี่ปุ่น) ความจริงแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า ตอนปี 2009 X Japan ประกาศเล่นคอนเสริท์ในเกาหลี Live in Seoul 2 รอบ ฉันก็เห็นว่ามันคุ้มดีที่จะบินไปดู ก็เลยทำเรื่องขออนุญาตไปทัศนศึกษาที่เกาหลีใต้ ตอนนั้นท่านรองฯ เป็น ผอ. (หัวหน้าใหญ่) อยู่พอดี แกก็ไม่อยากให้ไปเนื่องว่าหน่วยงานของฉันมีความร่วมมือระหว่างเกาหลีเยอะหลายโครงการ สักวันเขาจะต้องส่งฉันไปอยู่แล้ว จะกระเสือกกระสนไปเองทำไมเล่า ?! ตอนนั้นฉันจะบอกว่า “หนูจะไปดูคอนเสริท์ X Japan ฮ่ะ! ให้หนูไปเถอะนะคะๆๆๆๆๆ ชาตินี้หนูจะต้องดูคอนเสริ์ทวงนี้ให้ได้!” ก็พูดออกไปไม่ได้ เลยกลายเป็นว่าฉันต้องตอแหลเอาโล่ห์ไปว่าชอบประเทศเกาหลีเหลือเกิน เนี่ย! มีทัวร์ถูกมากๆ ต้องไปปีนี้!  ณ บัดนี้ ! เดี๋ยวนี้ ! จำได้ว่าเถียงกันอยู่นานชนิดแทบจะตบโต๊ะกันกว่าผอ.จะเซ็นต์อนุญาตให้ไป  เลยกลายเป็น Talk of the Town ในหน่วยงาน และ กลายเป็นอะไรที่ฝังหัวชาวบ้านทั่วไปว่า ฉันชอบเกาหลีม๊ากกกกกก (เวรล์......) แล้วทีนี้อยู่ดีๆชื่อโดนแทงไปงานนี้ โดนเพื่อนร่วมงานเขม่นจนแทบจะไม่มองหน้ากันจนถึงทุกวันนี้ (ชีเจ็บใจไม่เลิก) ท่านรองฯ ก็ยิ้มๆแล้วก็พูดว่า "ก็เราชอบเกาหลีไม่ใช่เหรอ ?!"
 
(-__-")...... เอิ่ม
 
โปรดติดตามตอนต่อไป.....

Comment

Comment:

Tweet

555 ดีนะค่ะ มีเจ้านายดี จำได้ว่าลูกน้องชอบอะไร หาย้ากกกก นะเนี่ย!sad smile sad smile sad smile cry cry cry

#5 By mama mumu on 2011-12-28 13:47

5555 กว่าจะไปได้ลำบากน่าดู แต่พอได้ไปแล้วก็สนุกไปตามประสาแหละค่ะ confused smile

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น double wink

#4 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2011-12-22 17:36

เหมือนไปด้วยตัวเองเลยคะ อ่านสนุกมาก ชอบลูกพลับcry ของโปรด

#3 By pigton on 2011-12-21 12:41

Hot! อ่านแล้วเพลิน รู้สึกอยากไปเปิดหูเปิดตามั่ง big smile

#2 By Punch.emasiri on 2011-12-20 20:11

55555555555555ไมอ่านตอนจบแล้วรู้สึกตลกจังเลย
ปีนั้นไปคอนฯเก้อด้วยเนอะ - -"
(ส่วนปีนี้เพราะชอบเกาหลีม้ากมาก เลยได้แลนดิ้งที่นี่แทนญี่ปุ่น?????)question open-mounthed smile

#1 By kisara yui on 2011-12-20 19:19